วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่6


              บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่6

1. สิ่งที่ได้เรียนรู้
ได้รู้ถึงความงามของภาษา ว่าความสละสลวยไพเราะของภาษาอันเนื่องมาจาก
การใช้ศิลปะการประพันธ์และโวหารภาพพจน์ที่เหมาะสม
ความหมายของโวหาร
-ชั้นเชิงหรือสำนวนแต่งหนังสือหรือพูด
-การใช้ถ้อยคำที่เลือกสรรมาแล้วเป็นอย่างดี มีความสละสลวย มีความเหมาะสม
โวหารใช้ขยายความให้ชัดแจ้งเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด
-กลวิธีในการใช้ภาษาให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งจุดประสงค์ไว้

ประเภทของโวหาร
1. บรรยายโวหาร คือ กระบวนความที่แจกแจงเรื่องราวอย่างละเอียด แจ่มแจ้ง
เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ
2. พรรณาโวหาร คือ การเขียนบรรยายเรื่องราวอย่างละเอียด ประณีต โดยแทรกอารมณ์
โน้มน้าวให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์และภาพพจน์คล้อยตาม
3.เทศนาโวหาร คือ กระบวนการเขียนแบบแนะนำ สั่งสอน
4.อุปมาโวหาร คือ กระบวนการเปรีบยเทียบให้เกิดความคมคาย ชัดเจน
5. สาทกโวหาร คือ กระบวนการเขียนที่ยกตัวอย่างหรือเรื่องราวมาประกอบ

ความหมายของพจน์ คือ ถ้อยคำที่เรียบเรียงเป็นสำนวนที่ไม่กล่าวตรงไปตรงมา
แต่ทำให้เกิดภาพและถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างกว้างขวาง
อุปลักษณ์ คือ การเปรียบสิ่งหนึ่งด้วยการกล่าวถึงสิ่งหนึ่งโดยไม่มีคำเชื่อม
มักใช้กับกิริยา คือ และ เป็น
อวพจน์ คือ กล่าวน้อยกว่าความเป็นจริง
นามนัย คือ การใช้คำหรือวลีซึ่งบ่งลักษณะหรือคุณสมบัติของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
แทนอีกสิ่งหนึ่งคล้ายๆสัญลักษณ์
สัจพจน์ คือ ภาพพจน์ที่เลียนเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงดนตรี เสียงสัตว์
เสียงคลื่น เสียงฝนตก
บุคลาธิษฐานหรือบุคลวัต คือ สิ่งไม่มีชีวิตให้แสดงอาการความรู้สึกได้เหมือนมนุษย์
ปฏิพจน์หรือปฏิภาคพจน์ คือ การนำเอาความหมายขัดแย้งกันมานำเข้าคู่กันได้อย่างกลมกลืน

2. ความรู้ใหม่
ได้รู้ว่าภาพพจน์กับภาพลักษณ์มีความหมายแตกต่างกันอย่างไร และภาพลักษณ์ คือ 
ลักษณะที่มองเห็นเป็นภาพ

3.ข้อเสนอแนะ
อาจารย์สอนเนื้อหาได้พอดีกับเวลา ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป และมีกิจกรรมมาแทรก
ระหว่างการสอน ทำให้การเรียนในชั้นเรียนไม่น่าเบื่อ



นางสาวสุมาลัย  บุญมาก รหัส55113400191

3 ความคิดเห็น:

  1. ใช่คะ เรียนกับอาจารย์ไม่น่าเบื่อ เเละยังได้ความรู้อีกด้วยคะ

    ตอบลบ
  2. เขียนได้ดีมากค่ะ

    ตอบลบ
  3. ฮะิบายได้ชัดเจนค่ะ

    ตอบลบ